วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เรื่องจริง ชายผู้มี 24 บุคลิก

Billy Milligan (1955 ~ )
หรือ
William Stanley Milligan


คำว่า"คนหลายบุคลิก"คงจะเป็นที่คุ้นหูกันดีเพราะถือเป็นมุขหนึ่งที่ทั้งการ์ตูน นิยายและหนังชอบนำมาใช้เป็นมุขคลาสสิคแต่ในความจริงแล้ว ผู้ป่วยด้วยโรคMPD* ที่ว่านี้ยังไม่ถูกยอมรับอย่างเป็นทางการโดยเฉพาะในแง่ศาลเท่าใดนัก เนื่องจากส่วนมากของผู้ป่วยมักจะมีสาเหตุจากการแสร้งทำเสียมากกว่า ในจำนวนนั้น บิลลี่ มิลลิแกนเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรับรองว่าป่วยเป็นโรคนี้จริงและยังได้รับการละเว้นโทษเนื่องจากอาการป่วยนี้อีกด้วย

* Dissociative Identity Disorder หรือ DIDอาการป่วยทางจิตเนื่องจากการประสบกับการทารุณ(โดยมากเป็นการทารุณทางเพศ) และเพื่อต้องการหนีจากความเจ็บปวดที่เกิดกับจิตใจ ผู้ป่วยจึงเกิดการแบ่งแยกบุคลิกและสูญเสียความเป็นหนึ่งเดียวในแง่อุปนิสัย โรคหลายบุคลิกเป็นส่วนหนึ่งของโรคนี้ (ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จะมีอาการนี้) โดยทั่วไปโรคนี้มักจะรู้จักกันในชื่อว่า Multiple Personality Disorder หรือMPD
Imaginary Freind มีลักษณะคล้ายอาการนี้ก็จริง แต่เนื่องจากเพื่อนในจินตนาการเหล่านั้นจะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น จึงไม่นับอยู่ในอาการป่วยนี้ด้วย
(ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ค่ะ หากมีตรงไหนผิดไปก็ต้องขออภัยด้วย และอยากรบกวนผู้มีความรู้ช่วยอธิบายไว้เพื่อประโยชน์ในอนาคต(?)ด้วยค่ะ)

ในช่วงปี 1970 รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา บิลลี่ มิลลิแกนถูกจับในข้อหาปล้นและข่มขืนผู้หญิง 3 คนในเขตแคมปัสของมหาวิทยาลัยประจำรัฐโอไฮโอ ระหว่างการเตรียมคดีก่อนเข้าสู่ชั้นศาลนั้นเอง บิลลี่ได้บอกกับจูดี้ สตีเวนสันซึ่งเป็นทนายของเขาว่า ตัวเขาไม่ใช่บิลลี่ และบิลลี่กำลังหลับอยู่ จูดี้ซึ่งข้องใจว่าเขาจะเป็นผู้มีอาการป่วยทางจิตจึงได้เรียกจิตแพทย์มาเพื่อทำการทดสอบสภาพทางจิตใจของบิลลี่ การตรวจพบว่าเขาป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก และมีบุคลิกที่แตกต่างกันถึง 23 คนอยู่ในตัวเขา

- วิลเลี่ยม สแตนเลย์ มิลลิแกน (บิลลี่) 26 ปีบุคลิกหลักหรือบุคลิกเดิม
- อาเธอร์ 22 ปี คนอังกฤษ (พูดด้วยสำเนียงอังกฤษ) ใส่แว่นเจ้าเหตุผล ใจเย็น เวลาพูดจะประสานมือไว้ข้างหน้า พูดและเขียนภาษาอารเบียได้ เป็นผู้มีสิทธิ์ในการจัดการว่าใครจะเป็นคนออกมายัง"ข้างหน้า"ได้ เป็นคนมีอำนาจสูงสุดเหนือบุคลิกอื่นในยามปกติ
- เลย์เกน วาดาสโก้วินิจ 23 ปี คนยูโกสลาเวีย (พูดอังกฤษแปร่งแบบคนสลาฟว์) เก่งการใช้ปืนและคาราเต้ มีหน้าที่ปกป้องบุคลิกอื่นเช่นผู้หญิงและเด็กเป็นคนมีอำนาจเหนือบุคลิกอื่นในที่อันตราย
- อเลน 18 ปี พูดโน้มน้าวคนอื่นเก่ง มักเป็นคนเจรจากับคนภายนอก ชอบวาดรูปคนและเป็นคนเดียวใน 23 คนที่สูบบุหรี่
- ทอมมี่ 16 ปี เก่งเรื่องการถอดเชือก ชอบทะเลาะวิวาท มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเลย์เกน ชอบเครื่องไฟฟ้า วาดรูปวิว
- ดานี่ 14 ปี ขี้กลัว ชอบวาดรูปนิ่ง
- เดวิด 8 ปี เข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่น
- คริสตีน 3 ปี เด็กผู้หญิงชาวอังกฤษ วาดรูปผีเสื้อกับดอกไม้ ชอบระบายสี
- คริสโตเฟอร์13 ปี พี่ชายของคริสตีน พูดสำเนียงคอกนี่ นิสัยเชื่อฟังว่าง่าย เป่าฮาโมนิก้า
- อดาลาน่า19 ปี เลสเบี้ยน ขี้อาย ชอบอยู่คนเดียว เขียนกลอน ทำอาหารและงานบ้านแทนคนอื่น

13 คนนอกจากข้างต้นถูกตัดสินว่า"ไม่ดีนัก"และอาเธอร์เป็นผู้ดูแลอยู่

- ฟิลิบ 20 ปี พูดสำเนียงบลูคลิน ก้าวร้าว ก่อคดีโทษสถานเบา
- เควิน 20 ปี วางแผนจะปล้นร้านขายยา
- วอลเตอร์ 22 ปี คนออสเตรเลีย จำทางเก่ง
- เอพริล 19 ปี สาวใจแตก พูดสำเนียงบอสตัน วางแผนจะฆ่าพ่อเลี้ยงของบิลลี่ เย็บผ้าและช่วยงานบ้าน
- ซามิวเอล 18 ปี คนยิว ชอบแกะสลัก
- มาร์ค 16 ปี ตัดสินใจเองไม่เป็น ขยัน แต่ถ้าคนอื่นไม่สั่งก็ไม่ทำ
- สตีวฟ์ 21 ปี หาเรื่องคนอื่นตลอดเวลา ชอบพูดเลียนแบบคนอื่น
- ลี 20 ปี พูดตลก
- เจย์สัน 13 ปี ฮิสเทเรีย เป็นคนรับเอาความทรงจำที่ไม่ดีของทุกคนไว้
- โรเบิร์ต (บ๊อบบี้) 17 ปี ช่างฝัน
- ฌอน 4 ปี หูไม่ดี สมาธิสั้น
- มาร์ติน 19 ปี ขี้อวด
- ทิโมที (ทิมมี่) 15 ปี เคยทำงานที่ร้านดอกไม้แล้วโดนเกย์มาจีบ เจ้าตัวกลัวจนไม่ยอมออกมาอีก


บิลลี่ซึ่งเป็นบุคลิกเดิมนั้นเสียพ่อซึ่งฆ่าตัวตายไปตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นก็ถูกพ่อเลี้ยงทารุณด้วยการจับมัดแขวนบ่อยๆซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดบุคลิกต่างๆขึ้นมา บิลลี่ซึ่งไม่รู้ตัวเองว่ามีหลายบุคลิกสับสนกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นโดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่องด้วย เขาเคยตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตาย แต่เลย์เกนก็ห้ามเอาไว้

เนื่องจากมีการเปลี่ยนบุลลิกบ่อยครั้ง บิลลี่จึงไม่มีงานทำพอที่จะมีรายได้แน่นอน วันหนึ่ง เลย์เกนออกมา"ข้างนอก"และพบกับใบแจ้งหนี้จำนวนมาก ขณะที่เขากำลังเดินกลุ้มใจอยู่ในแคมปัสก็พบกับนักเรียนหญิงคนอื่นจึงก่อคดีปล้นและถูกตำรวจจับในภายหลัง

แต่ละบุคลิกของบิลลี่ต่างก็พูดด้วยสำเนียงที่แตกต่างกัน และยังมีลักษณะท่าทีของแต่ละคนที่แพทย์ลงความเห็นว่าไม่ใช่การแสดงอีกด้วย บิลลี่ (อาเธอร์และเลย์เกน) เล่าว่า"ข้างใน"ของพวกเขาจะมีคนหลายคนยืนล้อมสปอตไลท์อยู่ อาเธอร์หรือเลย์เกนเป็นคนตัดสินว่าใครจะเข้าไปอยู่ในสปอตไลท์และออกมา"ข้างนอก" ส่วนบิลลี่ซึ่งเป็นบุคลิกหลักนั้น ทุกคนเกรงว่าเขาจะฆ่าตัวตายจึงถูกทำให้หลับอยู่

บิลลี่ได้รับการเยียวยาเป็นเวลาหลายปีจนหายในระดับหนึ่ง หากการหย่าร้างและการโจมตีจากสื่อ (เขาถูกตัดสินให้ไม่มีความผิดในคดีที่ถูกจับ) ทำให้โรคนี้อาการหนักขึ้นอีก หลังจากนั้นมีการแบ่งตัวและรวมตัวของบุคลิกต่างๆอีกหลายครั้ง จนในที่สุดก็กลายเป็นบุคลิกที่ 24 "ศาสตราจารย์" ซึ่งจิตแพทย์กล่าวว่าเป็นบุคลิกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
ปัจจุบัน บิลลี่เปลี่ยนชื่อและทำงานเป็นผู้กำกับหนังที่แคลิฟอร์เนีย The Crowded Room ซึ่งเป็นประวัติชีวิตของเขาเองมีกำหนดจะออกฉายที่อเมริกาในปี 2008 และจนทุกวันนี้เขาก็ยังคงประกาศตัวว่าตนเป็นผู้มีหลายบุคลิก

ดานิเอล คียส์ ได้สัมภาษณ์และเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของบิลลี่ มิลลิแกนไว้ด้วยค่ะ คนที่สนใจ ลองหาอ่านดูได้ เล่มต่อออกวางขายในญี่ปุ่นแล้ว ส่วนในอเมริกามีกำหนดการจะวางขายพร้อมๆกับที่หนังเข้าโรง


วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มาตรวจสุขภาพการนอนกันเถอะ



การนอนหลับสนิทและเต็มที่นั้น เป็นสิ่งที่วิเศษสุดอย่างหนึ่งในการฟื้นฟู และซ่อมแซมร่างกายของมนุษย์ แต่ถ้าคุณหรือคนรอบข้างไม่สามารถนอนหลับเช่นนั้นได้ เรามีเครื่องมือในการตรวจค้นหาสาเหตุและแก้ไขได้

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือที่เรียกว่า Sleep test เป็นการตรวจวิเคราะห์การทำงานระบบต่างๆ ของร่างกายขณะนอนหลับ เช่น ระบบการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และกล้ามเนื้อ รวมถึงศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับ

ประโยชน์ของการตรวจนี้ เพื่อใช้วินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น การกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆ และพฤติกรรมที่ผิดปกติขณะหลับ รวมถึงช่วยในการวินิจฉัยโรคความผิดปกติอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ ตลอดจนใช้พิจารณาเลือกวิธีการผ่าตัดทางเดินหายใจและติดตามผลการรักษา

สำหรับผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep test ได้แก่ ผู้ที่ภาวะนอนกรนดังผิดปกติ หรือมีอาการง่วงนอนกลางวันมากผิดปกติ ทั้งๆ ที่ได้นอนอย่างเพียงพอแล้ว ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก และสงสัยว่า จะมีการหยุดหายใจขณะหลับ หรือผู้ที่มีพฤติกรรมการนอนผิดปกติอื่นๆ เช่น นอนแขนขากระตุก นอนกัดฟัน หรือนอนละเมอ ฝันร้าย สะดุ้งตื่นเป็นประจำ เป็นต้น โดยผู้รับการตรวจควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับโดยตรง หรือแพทย์หู คอ จมูก อายุรแพทย์ หรือกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อสอบถามประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนและหลังการตรวจ ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจเลือกในการรักษา

การตรวจ sleep test สำหรับภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ แบ่งได้เป็น 4 ระดับดังนี้

ระดับที่ 1 การตรวจสุขภาพการนอนแบบสมบูรณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืนเพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ลูกตา ใต้คาง และขา คลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดลมหายใจเป็นอย่างน้อย โดยอาจทำภายในห้องตรวจเฉพาะของสถานพยาบาลหรือนอกสถานที่

ระดับที่ 2 การตรวจสุขภาพการนอนแบบสมบูรณ์ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดทั้งคืน อาจตรวจในห้องนอนตามบ้าน ระดับนี้มีความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกับการตรวจระดับ 1 แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวและเดินทางไม่สะดวก หรือผู้ที่มีอาการมาก ต้องการรักษาอย่างเร่งด่วน

ส่วนระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจสุขภาพเพียงบางรายการ ซึ่งอาจมีผลคลาดเคลื่อนในการวินิจฉัย จึงมักไม่ได้รับความนิยม

การตรวจจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00-06.00 น.ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของผู้ตรวจแต่ละราย ก่อนเริ่มการตรวจ เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอน รวมทั้งยารักษาโรคประจำตัว หรืออาจให้กรอกแบบสอบถาม และเอกสารการยินยอมของผู้รับการตรวจ หลังจากนั้นจะอธิบายลักษณะเกี่ยวกับอุปกรณ์ และการปฏิบัติตัวต่างๆ ระหว่างการตรวจ โดยผู้รับการตรวจควรสวมเสื้อผ้าชุดนอนหลวมๆ ทำจิตใจให้สบาย และควรหลีกเลี่ยงการดื่ม กาแฟ ชา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนผสม หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก

ขอบคุณบทความดีดีจาก สสส.

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เตือนเล่น"ไอแพด ไอโฟน แบล๊คเบอร์รี่"เพียงเครื่องเดียว สามารถทำให้เครื่องบินตกได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ว่า จากการศึกษาลับของสมาคมการขนส่งทางอากาศนานาชาติพบว่า การใช้อุปกรณ์มือถือเพียงเครื่องเดียวบนเครื่องบิน สามารถทำให้เครื่องบินประสบเหตุตกได้ เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะขัดขวางระบบสื่อสารและการควบคุมของเครื่องบิน

โดยการศึกษาของกลุ่มซึ่งเป็นตัวแทนของเครื่องบินโดยสารกว่า 230 ลำ และเครื่องบินบรรทุกสินค้า ทั่วโลก พบว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ได้พบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความวิตก 75 ครั้ง จำนวนนี้ 35 ครั้ง มาจากอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ โดยกลุ่มได้เรียกร้องให้ผู้โดยสารได้เลิกเมินคำเตือนเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์มือถือเพราะสามารถก่อให้เกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกได้ โดยการศึกษาพบว่า อุปกรณ์อันดับหนึ่งของคุกคามต่อระบบสื่อสารของเครื่องบิน ได้แก่ ไอแพด ตามด้วยไอโฟน และแบล๊คเบอร์รี่

รายงานระบุว่า คำเตือนดังกล่าวได้ออกมาเนื่องจากเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเครื่องบินสงสัยว่า คลื่นวิทยุของโทรศัพท์มือถือสามารถขัดขวางระบบไฟฟ้าของเครื่องบินได้ ขณะที่สื่อบางแห่งระบุว่า ในจำนวนเหตุการณ์การสื่อสารขัดข้อง 75 ครั้ง จำนวนนี้ 26 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อศูนย์ควบคุมการบิน รวมทั้งนักบิน และระบบลงจอดเครื่อง ขณะที่ 7 เหตุการณ์กระทบต่อระบบนำวิถีเครื่องบิน อีก 15 เหตุการณ์ ก่อปัญหาต่อระบบการสื่อสาร และ 13 เหตุการณ์ ก่อปัญหาต่อระบบการเตือนทางอีเล็คทรอนิคส์ รวมทั้งคำเตือนต่อเครื่องยนต์ด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เเค่อ่านก็จะได้อะไรอีกเยอะ

โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี
ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง

คน
เราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ไม่ต้องสนใจ
ว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า }แน่นอน~

คนเรา
เมื่อ ตัวตายก็ต้องลงดิน
ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด

เหตุผล
ของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคน อีกคนหนึ่ง
ถ้าไม่ลอง
ก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
หนทาง
อันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ
ปัญหา
ทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
จะเห็นค่า
ของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
อันตราย
ที่สุดคือ การคาดหวัง


เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
ไม่มีคำว่า บังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ

ยินดี
กับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

หลังพายุ
ผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ
หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

ไม่เป็น
ขุนนางนะ ได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง

เมื่อวาน
ก็สายเกินแล้วพรุ่งนี้ ก็สายเกินไป
อย่าหวัง
ว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก
เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณ หมดทุกคน


เพื่อนทั่วไป
ไม่เห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้
มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
เพื่อนทั่วไป
ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้
จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนทั่วไป
คาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้
คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป

เพื่อนทั่วไป เข้าหาผลประโยชน์ ที่ได้รับจากเรา


วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

เรามาคิดบวก กันเถอะ :)

~แบบว่าไปอ่านเจอมาเลยเอามาลง อ่านเเล้วมันดีเลยอยากเอามาเเชร์มาให้อ่าน~

เวลาเจองานหนัก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ


เวลาเจอปัญหาซับซ้อน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ


เวลาเจอความทุกข์หนัก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต


เวลาเจอนายจอมละเมียด
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)


เวลาเจอคำตำหนิ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ


เวลาเจอคำนินทา
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย


เวลาเจอความผิดหวัง
ให้บอกตัวเองว่านี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต


เวลาเจอความป่วยไข้
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี


เวลาเจอความพลัดพราก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง


เวลาเจอลูกหัวดื้อ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง


วลาเจอแฟนทิ้ง
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ


เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง


เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง


เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม


เวลาเจอคนเลว
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์


เวลาเจออุบัติเหตุ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด


เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบที่ว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด


เวลาเจอวิกฤต ฃ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรมในวิกฤตย่อมมีโอกาส


เวลาเจอความจน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต


เวลาเจอความตาย
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์



From....Forward mail...

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

มารยาทบนโต๊ะิอาหารจากทั่วโลก

เด็กดีดอทคอม :: รู้ไว้ใช่ว่า ... มารยาทบนโต๊ะอาหารจากทั่วโลก


ญี่ปุ่น จีน เกาหลี การทานอาหารเสียงดังถือเป็นเรื่องปกติมาก เพราะแสดงถึงความเอร็ดอร่อยในการทานอาหารนั่นเอง รวมถึงมารยาทการดื่มของญี่ปุ่นนั้น ควรรินเครื่องดื่มให้แก่อีกฝ่ายและรอให้อีกฝ่ายรินเครื่องดื่มให้แก่เรา เพราะการรินเครื่องดื่มใส่แก้วตัวเองเหมือนเป็นการยอมรับว่าตัวเองเป็นพวกขี้เมา

รัสเซีย เวลาทานข้าวบนโต๊ะอาหาร ให้วางข้อมือไว้บนโต๊ะตลอดเวลา มือซ้ายถือส้อม และมือขวาถือมีด

เนปาล เมื่อนั่งบนโต๊ะอาหารแล้ว ไม่ควรลุกไปไหนจนกว่าอาหารจะถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ และไม่ควรลุกจากโต๊ะก่อนที่ทุกๆ คนจะทานอาหารเสร็จ ไม่งั้นจะถือว่าเสียมารยาทเป็นอย่างมาก หากจำเป็นต้องลุกไป ควรพูดกับคนอื่นๆ บนโต๊ะอาหารว่า bistaii khaanus หรือ please eat slowly

เอธิโอเปีย การทานโดยใช้จานของตนเองถือเป็นเรื่องประหลาดและสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นอาหารมักจะถูกใส่มาในจานเดียวกันและแบ่งกันทานเอาเอง (โดยที่ไม่มีอะไรตัดแบ่ง - -") รวมถึงถ้าในอาหารนั้นมีเนื้อสัตว์ ก็ควรทานเนื้อสัตว์เป็นอย่างสุดท้าย

เด็กดีดอทคอม :: รู้ไว้ใช่ว่า ... มารยาทบนโต๊ะอาหารจากทั่วโลก

ฝรั่งเศส ไม่ควรคุยเรื่องเงินบนโต๊ะอาหาร รวมถึงการขอแยกบิลจ่ายถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมซักเท่าไรนัก

เม็กซิโก ระหว่างที่ทานอาหารแล้วเกิดบังเอิญไปสบตาของคนที่กำลังทานอาหารเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่รู้จัก ควรเอ่ยปากกับคนๆ นั้นว่า provecho หรือ enjoy ถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากเพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีมากๆ เลยทีเดียว

เด็กดีดอทคอม :: รู้ไว้ใช่ว่า ... มารยาทบนโต๊ะอาหารจากทั่วโลก

อาร์เมเนีย ระหว่างที่กำลังดื่มกัน หากเรารินเครื่องดื่มใส่แก้วให้ใครซักคนจนหมดขวด นั่นเป็นการบอกคนๆ นั้นทางอ้อมว่า เค้าต้องเป็นคนซื้อเครื่องดื่มขวดใหม่ ดังนั้นจึงเป็นการสุภาพหากรินเครื่องดื่มใส่แก้วตัวเองเป็นแก้วสุดท้าย (และไปซื้อใหม่เองด้วย เหอๆ)

โปรตุเกส บนโต๊ะอาหาร ไม่ควรขอเกลือและพริกไทยเพิ่มเด็ดขาด เพราะถือเป็นการดูถูกฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวหรือแม่ครัวอย่างมาก

เด็กดีดอทคอม :: รู้ไว้ใช่ว่า ... มารยาทบนโต๊ะอาหารจากทั่วโลก




วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขอนำเสนอ 10 อันดับบริษัทยอดนิยมที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด
สำรวจโดยนิตยสาร POSITIONING มาดูกันดีกว่าว่ามีบริษัทอะไรติดอันดับกันบ้าง

1. ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นของบริษัท ผู้สมัครที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ นอกจากวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ TOEIC หรือ TOEFL (ปตท. จะเทียบเป็น TOEIC ให้) 550 คะแนนขึ้นไป (อายุไม่เกิน 2 ปี) และมีเกรดเฉลี่ยสะสมจาก
สถาบันของรัฐ 2.70 ขึ้นไป
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 2.70 ขึ้นไป
สถาบันเอกชน 3.00 ขึ้นไป
ผู้สมัครระดับปริญญาโทหรือเอกก็ต้องมีผลคะแนนในระดับก่อนนั้นเข้าเกณฑ์ข้างต้นด้วย
ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์นี้จึงจะมีสิทธิถูกเรียกสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ต่อไป

2. ปูนซิเมนต์ไทย
ผลตอบแทน อัตราเงินเดือน ปริญญาตรีจบใหม่ เริ่มต้น 19,000-22,000 บาท หากจบสายวิศวฯ เพิ่มอีก 3,000 บาท ปริญญาโท 22,000-25,000 บาท หากจบด้านวิศวฯ ได้เพิ่มอีก 5,000 บาท การขึ้นเงินเดือน *เฉลี่ยปีละ 6% โบนัส * ค่าเฉลี่ยโบนัสปี 2549 ประมาณ 4-6 เดือน

3. การบินไทย
สวัสดิการ :
การบินไทยมีผลตอบแทนรวมแก่บุคลากรกว่า 25,000 คน (เงินเดือน ค่าครองชีพ เงินรางวัลประจำปี เบี้ยเลี้ยงเดินทาง เงินค่าล่วงเวลา ค่าใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) เฉลี่ยปีละกว่า 30,000 ล้านบาท
ศูนย์สวัสดิการฟิตเนส สระว่ายน้ำ
ขอตั๋วฟรีแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ให้แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ โดยสามารถขอตั๋วในประเทศ และต่างประเทศอย่างละ 1 เที่ยว (ไป-กลับ)
ซื้อตั๋วแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ในราคาถูก 10% ของราคาตั๋วปกติ แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ และหากอายุการทำงานเกิน 15 ปี
จะสามารถขอตั๋วฟรีประเภทสำรองที่นั่งได้อีก 1 เที่ยว
พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปีขอตั๋วฟรีได้ทุกเส้นทางที่บริษัททำการบิน โบนัส : 3-4 เดือนต่อปี

4. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมน
เกณฑ์การคัดเลือกพนักงาน ปัจจุบันบริษัทเวิร์คพอยท์รับบุคลากรใหม่จำนวนมากเเพื่อรองรับกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มงานผลิตรายการ ทั้งครีเอทีพ คอมพิวเตอร์กราฟิก ฝ่ายศิลป์ ฝ่าย Costume ประสานรายการ ขณะที่ฝ่ายบริหารจัดการ มีรับหลายอัตราเช่นกัน เช่น Web Designer พนักงานขายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น แต่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่งที่รับสมัคร เวิร์คพอยท์มักจะเลือกคนทำงานที่มีประสบการณ์ ในระดับที่เชี่ยวชาญพอตัวในแต่ละด้าน มักจะไม่ค่อยรับคนจบใหม่ หากอยากเข้าที่นี่จริงๆ ควรจะเข้าไปสมัครด้วยตัวเอง จะมีโอกาสในการเรียกสัมภาษณ์มากกว่า

5. โตโยต้า (ประเทศไทย)
เงินเดือน ผลตอบแทนจะขึ้นอยู่ตามแผนกหรือสายงาน โดยเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรม เริ่มต้นที่ 14,000-15,000 บาท ส่วนแผนกอื่นจะเริ่มต้นที่อยู่จะ 8,000-10,000 บาท การขึ้นเงินเดือนจะขึ้นอยู่ตามผลงาน โบนัส นับเป็นองค์กรที่จ่ายโบนัสสูงมาก ค่าเฉลี่ยแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน ตามผลประกอบการธุรกิจในแต่ละปี ยิ่งพนักงานประจำคนใดทำงานเกินสองปีขึ้นไป เรียกว่า นอกเงินเดือนที่ได้รับประจำแล้ว ค่าโอที หรือล่วงเวลา ยังได้โบนัสที่จะแบ่งจ่าย 2 งวด ครึ่งปี สวัสดิการ โตโยต้า ถือเป็นองค์หนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านสวัสดิการอย่างยิ่ง โดยพนักงานโตโยต้าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 100% มีประกันชีวิตกลุ่ม เงินบำเหน็จ เครื่องแบบพนักงาน รถรับ-ส่งปรับอากาศบริการพนักงาน เงินกู้ซื้อบ้านและเงินกู้ฉุกเฉิน ส่วนลดพิเศษในการซื้อรถยนต์โตโยต้า อะไหล่ และบริการ ทุนการศึกษาบุตร เงินสนับสนุนการศึกษานอกเวลาทำงาน ฯลฯ

6. ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย)
สวัสดิการ การมอบเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานให้แก่พนักงานทุกคน เป็นข้อกำหนดที่ไมโครซอฟท์มีอย่างชัดเจน เช่น การแจกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแก่พนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ในคอนเซ็ปต์ Work Anywhere Anytime อย่างเช่น เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผู้บริหารไมโครซอฟท์ในไทยก็ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคน แจ้งว่าไม่ต้องเข้าทำงานที่ออฟฟิศ ให้ทำงานที่บ้านได้

7. ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย)
เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เปิดรับทั้งผู้มีประสบการณ์ และนักศึกษาจบใหม่ โดยไม่มีเกณฑ์เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ กำหนดไว้แน่นอน แต่พิจารณาจากเกรดเฉลี่ยของผลการเรียนแต่เพียงเพื่อจะรู้ว่าผู้สมัครคนนั้นๆ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การเรียนเพียงใดเท่านั้น ขั้นต่อมาคือการสอบข้อเขียนความถนัด Attitude Test แบบเดียวกับองค์กรอื่นทั่วๆ ไป ผ่านแล้วจึงสอบสัมภาษณ์กับหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งก็แตกต่างกันไปในแต่ละสายงาน และสำหรับนักศึกษาจบใหม่นั้น IBM จัดเป็นแคมเปญพิเศษ “Team Blue” ทุกปี โดยจะรับเฉพาะเด็กจบใหม่จริงๆ ปีละราว 10 กว่าคน กระจายทั้งด้านไอที บัญชี การตลาด ฯลฯ มาตั้งเป็นทีมที่จะต้องเข้าคอร์สฝึกอบรมด้วยกันยาว 3 เดือน จากนั้นจึงแยกย้ายไปฝึกอบรมแต่ละสายงาน แล้วบรรจุเป็นพนักงานในระบบต่อไป

8. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
เป็นบริษัทด้านธุรกิจบันเทิง ที่กลายเป็นองค์กรที่เข้ามาติดโผความนิยมอย่างน่าสนใจ ด้วยเพราะภาพลักษณ์ของธุรกิจบันเทิงที่ยังถูกมองว่า ทำงานน่าสนุก ท้าทายความคิดสร้างสรรค์ ผ่านตัวศิลปินคนดัง ทำให้หลายคนเชื่อว่า องค์กรทั้งสองแห่งนี้ น่าตอบสนองความต้องการงานบันเทิง จะเป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุด

9. แลนด์แอนด์เฮ้าส์
เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น ทุกตำแหน่งยินดีพิจารณาทั้งผู้มีประสบการณ์และบัณฑิตจบใหม่ โดยต้องจบตรงสายงาน เช่น สถาปัตย์ ภูมิสถาปปัตย์ ตกแต่งภายใน วิศวฯ โยธา บัญชี การตลาด เกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไปไม่ว่าสถาบันไหน และหากมีคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL 500 ขึ้นไป หรือ TOEIC 600 ขึ้นไปก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ เมื่อได้ Short List ใบสมัครที่เข้าข่ายข้างต้นมาแล้ว ขั้นต่อไปเป็นการสอบบุคลิกภาพ และต่อด้วยการสอบ Attitude Test ที่ต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง เช่นฝ่ายขายต้องสอบเรื่อง Service Mind ตามด้วยการสอบข้อเขียนเฉพาะตำแหน่งงาน สุดท้ายเป็นการสัมภาษณ์ 2 รอบ รอบแรกกับกรรมการจากต้นสังกัดแผนกนั้นๆ 2 คน และจากฝ่ายพัฒนาบุคคล 1 คน หากผ่านแล้วก็ถือว่าได้ทำงานแล้วค่อนข้างแน่นอน แล้วจึงไปรอบสอง กับกรรมการระดับบอร์ดบริษัทเป็นขั้นสุดท้าย

10. LEO BURNETT
เกณฑ์การคัดเลือกพนักงาน : นอกจากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์แล้ว บุคลิกภาพ การมีทัศนคติที่ดี เข้ากับวัฒนธรรมของบริษัทฯ ได้ ก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาด้วย เงินเดือน : โดยเฉลี่ยสำหรับเด็กจบใหม่ในตำแหน่งครีเอทีฟ และก๊อบปี้ไรเตอร์ จะสูงกว่าอัตราเริ่มต้นในท้องตลาด สวัสดิการ : มี Provident Fund ประกันสังคม ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ค่าทำฟัน เป็นต้น โบนัส : ตามผลประกอบการของบริษัทฯ ชั่วโมงการทำงาน : จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-18.00 น. ลากิจ ลาป่วย ตามกฎหมายแรงงาน และลาหยุดพักผ่อนประจำปี 10-15 วัน ตำแหน่งฮอต : ฝ่ายบริหารงานลูกค้า (Account Executive) ฝ่ายสร้างสรรค์งานโฆษณา (Creative) กราฟิกดีไซน์ Training Program : มีแผนงานฝึกอบรมตลอดทั้งปีโดยวิทยากรที่มีความรู้เฉพาะด้าน อีกทั้งมีการส่งไป Traning Couse ที่เหมาะสมภายนอกองค์กรด้วย

ขอขอบคุณที่มา FW