วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เรื่องของดอกไม้

.. ดอกไม้ " วันวาเลนไทน์ " ..


มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลาย รูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย


กุหลาบตูม
กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
กุหลาบบาน
กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
กุหลาบสีดำ
กุหลาบดำ หมายถึง ความรักนิรันดร์
redrose

กุหลาบแดง (red rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ" การให้ดอกกุหลาบแดงกับคนที่รักความ หมายถึงความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง กุหลาบแดงจึงมักจะเป็นดอกไม้ ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน

whiterose

กุหลาบขาว (white rose) : สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธ์ กุหลาบขาวจึงแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย ความรักต่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้

pinkrose

กุหลาบชมพู (pink rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน การให้ดอกกุหลาบสีชมพูสามารถแสดงถึงความรัก ที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้

yellowrose




กุหลาบเหลือง (yellow rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส กุหลาบสีเหลืองถูกใช้สำหรับแทนความรักแบบเพื่อน และความ สนุกสนานรื่นเริงจึงมักจะนำมันมาประดับตะกร้าสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อทำให้คนป่วยรู้สึกสดชื่นรื่นเริงขึ้นนั่นเอง


redtulib

สำหรับดอกไม้อื่น ๆ ที่ถูกมาใช้แทนความหมายแห่งความรักก็มี ดอกทิวลิบสีแดง (red tulib) ชาวตะวันตกใช้มันแทนการประกาศความรัก อย่างเปิดเผย คล้าย ๆ กับดอกกุหลาบแดง

pink carnation

ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู (pink carnation) ใช้สื่อความหมายว่า "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ"

white lilly

ดอกลิลลี่สีขาว (white lilly) แสดงความรักแบบบริสุทธ์ เช่นเดียวกันกับดอกกุหลาบขาว นอกจากนั้นลิลลี่สีขาวยังแสดงถึงความรักแบบอ่อนหวานจริงใจ และเทอดทูน และมักถูกใช้แทนประโยคที่ว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้ได้รู้จัก และอยู่ใกล้คุณ "

forget me not

สำหรับดอก forget-me-not มีความหมายตรงตัวคือได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน

sunflower

มาถึงดอกไม้ที่เห็นได้ทั่วไปในบ้านเราบ้างดอกทานตะวัน (sunflower) มีความหมายถึงความรักแบบคลั่งไคล้ ความรักแบบบูชา แต่สำหรับชาวตะวันตก ดอกทานตะวันจะหมายถึงความเข้มแข็งอดทน จึงสามารถใช้แทนความรักที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะได้ความรักมา


จะเห็นได้ว่าดอกไม้เป็นประดิษฐกรรมทางธรรมชาติที่มนุษย์เรานำมาใช้เป็นสื่อแทนความหมาย แห่งความรักได้หลายรูปแบบ การมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ... Vlentine นี้คุณมีดอกไม้ในใจที่จะให้คนที่คุณรักแล้วหรือยัง

วันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่น วันวาเลนไทน์กับชอคโกแลต ช๊อกโกแล็ต

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ระวังผิดหมิ่นประมาท..เพราะเขียนข้อความทางอินเทอร์เน็ต



ที่มา : Lisa

คุณใช้สมองซีกไหนมากกว่ากัน?


คุณใช้สมองซีกไหนมากกว่ากัน


สมองฝั่งขวา : มีหน้าที่จินตนาการ, เกี่ยวกับความรู้สึก, สัญชาตญาณ พูดง่ายๆ ก็คือ ถนัดการใช้จินตนาการ เก่งเรื่อง ศิลปะและคิดค้น มักทำอะไรโดยไม่รู้สึกตัว ว่ากันว่าสมองฝั่งขวาเป็นตัวควบคุมสัญชาตญาณ


สมองฝั่งซ้าย : มีหน้าที่คิดคำนวณ, วิเคราะห์, เหตุผล ก็คือ ถนัดด้านภาษาและคำนวณ คิดเป็นเหตุเป็นผล อิงกับวิทยาศาสตร์ คิดอะไรเป็นขั้นเป็นตอน จัดการทุกเรื่องอย่างรอบคอบ และใช้เหตุผลก่อน



ทีนี้เรามาเริ่มทดสอบดูว่าเพื่อนๆจะใช้สมองซีกไหนในการับ-ส่งข้อมูลกันบ้าง


Step 1 การประสานมือ :
ความสามารถในการรับรู้ข้อมูลจากภายนอก ว่าใช้สมองฝั่งไหนรับข้อมูลกันแน่?
(การประสานมือ คือ การเอามือทั้ง 2 ข้างประกบกันเหมือนพนมมือ แล้วกำนิ้วมือลงมาให้นิ้วแต่ละข้างไปอยู่บนหลังมือของอีกข้างหนึ่ง ลักษณะเหมือนการอ้อนวอนพระเจ้าของศาสนาคริสต์ หรือคล้ายการเล่นวอลเล่ย์บอล)

เรียบร้อยแล้ว มาดูคำแปลกันดีกว่า

- คนที่ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวาอยู่ด้านล่างของนิ้วหัวแม่มือด้ายซ้าย คือ คนที่ใช้สมองฝั่งขวาเป็นหลักในการรับข้อมูล
- คนที่ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างซ้ายอยู่ด้านล่างของนิ้วหัวแม่มือด้านขวา คือ คนที่ใช้สมองฝั่งซ้ายเป็นหลักในการรับข้อมูล


Step 2 การกอดอก(กอด-อก) : ความสามารถในการส่งข้อมูลออกไป ว่าใช้สมองฝั่งไหนส่งข้อมูลกันแน่?

เรียบร้อยแล้ว มาดูคำแปลกันดีกว่า


- คนที่เอาแขนขวาไว้ด้านล่าง คือ คนที่ใช้สมองฝั่งขวาเป็นหลักในการส่งข้อมูล
- คนที่เอาแขนซ้ายไว้ด้านล่าง คือ คนที่ใช้สมองฝั่งซ้ายเป็นหลักในการส่งข้อมูล


ที่มา : มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต


วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ครบรอบ 172 ปี พอล เซซาน Paul Cézanne

เปิดมากูเกิลวันนี้ทำเอาตกใจอีกแล้วค่ะ กับภาพสวยๆ สะดุดตา ตรงโลโก้ของกูเกิล ซึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร พอนำเมาส์ไปวางที่รูปจึงร้องอ้อขึ้นมาทันที่ว่าวันนี้กูเกิลขอรำลึกกับจิตกรมือเอก Paul Cézanne ที่วันนี้ครบรอบ 172 ปีPaul Cézanne หรือ พอล เซซาน จิตกรชาวฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2382 ซึ่งพอล เซซานนั้นเป็นจิตรกรสมัยศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ตอนหลัง ของประเทศฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนภาพสีน้ำมัน งานของเซซานเป็นงานที่เป็นการวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงจากศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไปสู่ศิลปะบาศก์นิยม (Cubism) ของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นแนวที่ทั้งอ็องรี มาติส และปาโบล ปีกัสโซ ยกย่องเซซานว่าเป็น “the father of us all”

“ภาพเหมือนตัวเอง” (ค.ศ. 1875) โดย พอล เซซาน

งานของเซซานแสดงถึงความเชี่ยวชาญทางการออกแบบ การวางองค์ประกอบ การใช้สี และการร่าง (draftsmanship) การแปรงซ้ำๆ ดูมีความอ่อนไหว นุ่มนวลและ exploratory ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นของเซซานโดยเฉพาะ เซซานจะใช้สีต่างๆ ฝีแปรงสั้น ๆ และค่อยสร้างขึ้นดูลึกลับซับซ้อน น่าค้นหา ซึ่งทั้งเป็นการแสดงออกของสิ่งที่เห็นด้วยตาและเป็นรูปทรงนามธรรมของธรรมชาติ

“มาดามเซซานในเรือนกระจก”(Madame Cezanne in the Greenhouse) ค.ศ. 1891-1892, พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตัน
“ภาพเหมือนพ่อของจิตรกรหลุยส์ เอากุส เซซานน์อ่านหนังสือ” (Portrait of the Artist's Father Louis-Auguste Cézanne, Reading) ค.ศ. 1866 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

“มงตาญแซ็งต์-วิกตัวร์”(Montagne Sainte-Victoire)ค.ศ. 1882-1885, พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตัน

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการจำ..ฝึกได้ง่ายๆ


รู้ไหมว่า...วัน ๆ หนึ่ง เราต้องใช้สมองจดจำอะไรบ้าง...
จำศัพท์ภาษาอังกฤษ จำ tense ตารางธาตุ ประวัติศาสตร์ อักษรสูง กลาง ต่ำ ชื่อเพื่อน หน้าเพื่อน จำเนื้อเพลง วันเกิดพ่อแม่พี่น้อง เบอร์โทรศัพท์ และจำ จำ จำ อีกหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะจำอะไรที่เป็นวิชาการ มันช่างจำได้ยากเย็นเต็มที ถึงแม้จะมีคำกล่าวว่า "การเรียนด้วยความเข้าใจนั้นดีที่สุด" แต่จะมีใครกล้าปฏิเสธมั๊ยล่ะว่าเราเรียนได้โดยไม่ต้องใช้การท่องจำ...
เทคนิคแรก โยงสิ่งที่ต้องจำไปหาสิ่งที่จำง่ายและติดตากว่า
เช่น ภาษาอังกฤษคำว่า "sue" แปลว่าฟ้องร้อง การออกเสียงคำว่า "sue" คล้ายกับคำว่า "สู้" ของไทย แต่การสู้ในที่นี้ เราต้องสู้กันในศาล เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าฟ้องร้องนั่นเอง (สำหรับการท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าควรจะท่องกลุ่มคำที่มีความหมายเหมือนกัน จะได้จำไปคราวเดียว ไม่ต้องท่องหลายรอบ เช่น purpose-goal-aim-intention-objective)
เทคนิคที่สอง ใส่ทำนองร้องเป็นเพลง
ถ้าอยากจะจำอะไรสักอย่างหนึ่งยาว ๆ ลองใส่ทำนองเข้าไปแล้วลองร้องออกมา นอกจากจะสนุกสนานล้ว อาจจะจำได้ดีขึ้นด้วย แต่จะไพเราะเสนาะหูขนาดไหน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัว
เทคนิคที่สาม วิธีจำโดยสังเกตตัวอักษรที่เหมือนกัน
ใช้ได้ผลดีกับวิชาภาษาไทย เช่น คำนวน ต้องเขียนว่า คำนวณ ใช้ "ณ" เหมือนคำว่า คณิตศาสตร์ หรือ เข้าฌาน สะกดด้วย "น" เพราะเป็นการนั่งแบบ "นิ่ง ๆ"
เทคนิคที่สี่ ประโยคเด็ดช่วยจำ
แต่งประโยคหรือเรียบเรียงเรื่องที่ต้องจำเป็นข้อความสั้น ๆ และถ้าสามารถ อาจแต่งให้คล้องจองกัน จะช่วยให้จำได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น ประโยคยอดฮิตที่ว่า "ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง" ทำให้พวกเราจำอักษรกลางได้อย่างง่ายดาย
เทคนิคที่ห้า จำเป็นรูปภาพ
สมองคนเราจำรูปได้ดีกว่าข้อความ ดังนั้นพวกสูตรคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ลองเขียนเป็นตัวใหญ่ ๆ ทำให้โดดเด่นมีสีสัน แปะไว้ข้างฝาบ้าน มองทุกวัน หลาย ๆวัน เราจะจำภาพหรือสูตรนั้นได้โดยอัตโนมัติ ที่สำคัญอย่าลืมมองเจ้าสิ่งที่แปะบ่อย ๆ ด้วย
เทคนิคการจำก็เป็นความสามารถเฉพาะตัวเหมือนกัน ต้องมีการฝึกฝนและพลิกแพลงให้เข้ากับสถานการณ์ การจำเรื่องยาก ๆ อาจต้องใช้หลายเทคนิคหรือเทคนิคขั้นสูงต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : วารสารกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษษ ฉบับเดือนมากราคม - มีนาคม 2553

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ภาพสวยๆ จากที่ต่างๆ











แอนอ่านใจคนจากบทสนทนา

ขณะที่คุณกำลังสนทนากับใครอยู่นั้นลองแอบอ่านใจเขาดีไหม


1.คุยๆอยู่หักนิ้วดังเป๊าะๆ =อ๊ะอ๊ะใจลอยไปไหนแล้ว สงสัยจะเริ่มเบื่อ แนะนำให้เปลี่ยนเรื่องหรือ จบการสนทนาเหอะค่ะ


2.จัดปกคอเสื้อ เหมือนไล่อากาสออกหรือดึงคอเสื้อเข้าออก=เริ่มไม่พอใจที่เราพูดหรือเราพูดผิดหูเขาเสียแล้ว แนะนำให้พูดเรื่องดีๆเกี่ยวกับเขา หรือถามว่าฉันพูดอะไรผิดหรือเปล่า


3.อามือทั้ง2ข้างจับเก้าอี้บริเวณก้น=จะรีบไปแล้วฉันไม่อยากฟังในสิ่งที่เธอพูดแล้ว บาย


4.นั่งไขว่ห้างเอามือกอดอก=เบื่อบรรยากาศที่นี่จังเมื่อไรจะได้ออกจากที่นี่ซะทีนะ


5.คุยๆอยู่แต่เอาแว่นตาออกมาเช็ด=กำลังยืดเวลาการตัดสินใจบางอย่างอยู่ แนะนำให้เสนอสิ่งดีๆหรือทางเลือกให้เขาค่ะ


6.ทำมือเป็นรูปพีระมิด= กำลังเรียกความมั่นใจกลับมาอยู่ค่ะ แนะนำให้รีบให้กำลังใจเขานะค่ะ


7.---แบมือทั้ง2ข้างขณะสนทนา=ตอนนี้กำลังพูดแบบเปิดอกค่ะ