วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภาพสีน้ำมันสวยๆ






10 อันดับแฟชั่นสุดคลาสสิกของชาวตะวันตก


ไม่ว่าใครจะเป็นคนจัดไว้ เรา ๆ ท่าน ๆ คนฝั่งตะวันออกก็สามารถหยิบจับมาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน ทุกอันดับมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ บางอันดับเราอาจจะเคยมองว่าธรรมดาเหลือเกิน แต่ในความธรรมดานี้แหละที่ทำให้เราดูไม่ธรรมดามานักต่อนักแล้วลองดูค่ะว่า 10 อันดับแฟชั่นสุดคลาสสิกที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง

1. กางเกงสีกากี เขาบอกว่าดาราผู้หญิงคนดังของฮอลลีวูดต้องมีกางเกงสีกากีอย่างน้อย ๆ ก็คนละ 2 - 3 ตัว เพราะอะไรถึงต้องมี ก็มันสวยและคลาสสิกนี่คะ

2. รองเท้าผ้าใบ ดูธรรมดา ๆ ใช่ไหมคะ แต่เชื่อหรือไม่ว่ารองเท้าผ้าใบในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง คุณสามารถสวมใส่มันไปที่ไหนก็ได้แม้แต่โรงแรมระดับ 5 ดาว แฟชั่นรองเท้าผ้าใบมีอะไรใหม่ ๆ ให้เราเลือกดูอยู่ตลอดเวลา และรองเท้าผ้าใบยังอยู่ในเทรนด์ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบสีขาว

3. ลิปสติกสีแดง เขาลือว่าลิปสติกสีแดงมีความหมายกับผู้หญิงอย่างมาก และมันมีค่าเทียมเท่าทองคำเลยทีเดียว ลิปสติกสีแดงสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้หญิงจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วพริบตา เขาว่าอย่างนั้นนะ

4. ชุดสูท ผู้หญิงทุกคนจะรู้สึกมีอำนาจเมื่ออยู่ในชุดสูทพวกเธอมีความมั่นใจและกล้าแสดงออกมากขึ้น

5. ไข่มุก ผู้หญิงโปรดปรานไข่มุก ไข่มุกเป็นเครื่องประดับที่ผู้หญิงชื่นชอบ และกำลังได้รับความนิยมมากในขณะนี้ เขาบอกว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สวมไข่มุกแล้วไม่สวย ไม่ว่ามันจะเป็นไข่มุกแท้หรือเทียม

6. เ
สื้อโคตกันฝน ที่มีเข็มขัดติดอันดับแฟชั่นคลาสสิกกับเขาด้วย เขาบอกว่าการสวมเสื้อโค้ตกันฝนขณะที่เท้าของคุณสวมรองเท้าส้นสูง คุณจะดูเท่และคลาสสิกมาก

7. เสื้อเชิ้ตขาว ดีไซเนอร์บางคนตั้งคำถามว่า เราจะอยู่โดยไม่มีเสือเชิ้ตขาวได้อย่างไร นั่นน่ะสิ เพราะอะไรและทำไมคำตอบก็คือ เสื้อเชิ้ตขาว แม้จะดูธรรมดาทว่าในความเรียบง่ายสะอาดตานั้น เต็มไปด้วยความสง่า น่ามองและดูคลาสสิกเป็นที่สุด

8. รองเท้าส้นสูง ผู้หญิงทุกคนควรจะมีรองเท้าส้นสูงอยู่ในตู้รองเท้าอย่างน้อยที่สุด
2 - 4 คู่ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบก็ควรจะมี เพราะรองเท้าส้นสูงจะช่วยเสริมเสน่ห์และทำให้การแต่งกายของคุณดูดีและมีสง่ายิ่งขึ้น

9. กางเกงบลูยีนส์ เช่นเดียวกับรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นยีนส์ทรงไหนคุณผู้หญิงก็ควรจะมีติดไว้ในตู้เสือผ้า แน่นอนว่ายีนส์ติดอันดับความคลาสลิกอย่างไม่ต้องสงสัย

10. กระโปรงชุดดำ สีดำติดอันดับคลาสสิกมาแต่ไหนแต่ไร และจะยังคงครองความคลาสสิกไปอีกนานแสนนาน ผู้หญิงที่อยู่ในชุดสีดำจะดูมีเสน่ห์และมีมนตร์ขลังมากกว่าชุดสีอื่น ๆ สีดำไม่ใช่สีเศร้าอย่างที่หลายคนคิด แต่มันเป็นสีที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจและความลึกลับที่น่าค้นหา


ดื่มน้ำมะตูม เพื่อสุขภาพกันเถอะ


สมุนไพรเป็นสิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติ ที่บรรพบุรุษไทยของเราใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านศึกษาอย่างชาญฉลาด จนนำไปสู่การปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพกาย-ใจ อย่าง น้ำมะตูม เครื่องดื่มประจำครอบครัวของคนไทยมาตั้งแต่ยุคโบราณกาลที่มีสรรพคุณทางยา และมีคุณประโยชน์ทางอาหารมากมาย จึงถือได้ว่า มะตูม เป็นพืชสมุนไพรยอดฮิตชนิดหนึ่ง ที่ตลาดสมุนไพรขาดไม่ได้ และผู้บริโภคก็หาซื้อได้ง่าย


มะตูมเป็นไม้ยืนต้น โดยมีชื่อพื้นเมืองหลายอย่างและใช้เรียกกันแตกต่างไป เช่น ตูม ตุ่มตัง กะทันตาเถร (ปัตตานี) มะปิน (เหนือ) บักตูม หมากตูม (อีสาน)


ลักษณะของมะตูม ผล มีผิวเกลี้ยง เปลือก หนาและแข็ง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง ในผลมะตูมมีเมล็ดตรงกลางเป็นพู มียางเหนียวใส นำมาใช้เป็นกาวจากธรรมชาติได้ เนื้อมะตูมมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เวลานำมาต้มเป็นชาจะมีกลิ่นหอมมาก เวลาสุกเนื้อจะนิ่มเป็นสีเหลืองหอมและมีรสหวานด้วย


มะตูมที่เราพบเห็นกันในปัจจุบัน ส่วนมากจะอยู่ในรูปของมะตูมแห้งเป็นแว่นที่มีขายตามร้านยาแผนโบราณ, ร้านขายสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่รักและห่วงใยสุขภาพเท่านั้น ซึ่งนิยมนำมะตูมแว่นมาต้มเป็นน้ำมะตูมที่มีกลิ่นหอม สำหรับดื่มให้ชื่นใจ แก้กระหายน้ำ แถมยังให้คุณค่าอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมายด้วย เช่น


•เปลือกของรากและลำต้นของมะตูม สามารถลดไข้ และใช้เป็นยารักษาไข้มาลาเรียในสมัยก่อน ขับลมในลำไส้


•ราก แก้พิษฝี พิษไข้ รักษาน้ำดี

•ใบสด แก้ไอ ขับเสมหะ หากมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ให้เอาใบมะตูมดิบๆ มาคั้นเอาน้ำเพื่อดื่ม ช่วยบรรเทาอาการไอและเสมหะเรื้อรังลงได้มี


•ผลมะตูม ผลอ่อนที่มีสีเขียว ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขับลมในท้อง ผลแก่แก้เสมหะ ช่วยย่อยอาหาร และยังสามารถเอาผลสุกมาชงดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน หรือ เอามะตูมตากแห้งมาต้มเป็นชาสมุนไพรก็จะได้ผล็อย่างเดียวกัน นอกจากนี้ ผลดิบแห้งยังใช้แก้บิด และแก้ท้องเสียในเด็กได้ด้วย ส่วนผลสุกนั้นกลับเป็นยาระบาย ช่วยย่อยอาหารได้ดีโดยเฉพาะในเด็ก

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ประวัติการเต้นวอลซ์



วอลซ์ (เยอรมัน: Waltz) เป็นการเต้น

รำแบบพื้นเมืองในจังหวะ 3/4 กำเนิดขึ้นในออสเตรียและเยอรมนี โดยพัฒนามาจากการเต้นลีลาศหมุนตัว เป็นการเต้นรำแบบคู่ชายหญิง คู่เต้นจะต้องเกาะแขนกันและสืบเท้าไปด้านข้างพร้อมกับหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การที่คู่เต้นเกาะแขนกันนี้ก็เพื่อช่วยในการทรงตัว ทำให้นักเต้นไม่จำเป็นต้องกระโดดสูงเพื่อหมุนตัว เหมือนการเต้นหมุนตัวในสมัยก่อนหน้านั้น ถือกำเนิดขึ้นแถบแคว้นบาวาเรีย ราวทศ

วรรษ 1750 เรียกว่าการเต้น วอลต์เซอร์ (Waltzer)

การเต้นรำแบบวอลซ์นี้แตกต่างการเ

ต้นแบบมินูเอตที่นิยมอยู่ก่อน ซึ่งคู่เต้นรำเพียงแค่แตะปลายนิ้วกันเท่านั้น การที่ชายหญิงต้องสัมผัสร่างกายอย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายช

ายต้องโอบแขนไปรอบเอวของฝ่ายหญิง ทำให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรก แต่ต่อมาการเต้นแบบนี้ก็ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งกรุงเวียนนา เมื่อราวทศวรรษ 1770

ในศตวรรษที่ 19 ได้มีผู้เรียกจังหวะดนตรีที่ใช้ในการเต้นวอลซ์ ว่า ดนตรีวอลซ์

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

จินตนาการบำบัด ลดความเครียด


เคย คิดเล่นๆ ดูไหม ว่าทำไมเราถึงฝัน ทำไมเราถึงจินตนาการ และสิ่งที่ดูไม่มีวันเป็นจริงเหล่านี้ เป็นเรื่องไร้สาระชวนเสียเวลา หรือช่วยให้เราสบายใจขึ้นกันแน่

ในมุมมองของการบำบัดทางอารมณ์แล้ว การได้ใช้พลังการสร้างสรรค์ทางความคิด ไม่นับเป็นเรื่องเสียเวลาหรือไร้สาระแต่อย่างใด เพราะ จินตนาการสุดลึกล้ำของคนเรา ถูกสร้างมาอย่างมีเหตุผล หนึ่งในนั้นคือการดูแลและรักษาสมดุลตัวเราเอง และยังนำมาบำบัดอารมณ์เราได้ด้วย

หากความฝันของเราถูกสร้างขึ้นเพื่อระบายความเครียด การจินตนาการก็ด้วยเหมือนกัน ที่สามารถช่วยดูแลใจไปจนถึงบำบัดอาการทางกายได้ด้วย กอง การแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขของบ้านเรา ยังมีข้อมูลออกมาเผยแพร่ด้วยว่า ความคิดจินตนาการของเรานี่ล่ะ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในตัวเรา อย่างเช่นถ้าเรานึกถึงมะม่วงเปรี้ยวๆ เราก็สามารถน้ำลายสอได้เลย

งาน วิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า ความคิด จินตนาการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ไม่ว่าอุณหภูมิร่างกาย การใช้ออกซิเจน ความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ ขนาดม่านตา การหลั่งน้ำลาย การหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือด หรือแม้แต่คลื่นสมอง และฮอร์โมนต่างๆ ดังนั้นแล้วหากเราต้องการร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ก็สามารถฝึกคิดบวก และจินตนาการเชิงสร้างสรรค์เพื่อดูแลตัวเองได้ เพราะมีการนำจินตนาการบำบัด ไปใช้กับคนไข้โรคทั่วๆ ไป อย่างปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ โรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้ นอนไม่หลับ ฯลฯ ได้อย่างได้ผลดีมาแล้ว

วิธีการฝึกก็คือ นั่งหรือนอนเงียบๆ สงบๆ ในที่อากาศเย็นสบาย รู้สึกผ่อนคลาย เราอาจฝึกจินตนาการผ่านเทปเสียงที่ไกด์ให้เราคิดตาม หรือฝึกเอง ด้วยความนึกคิดเชิงบวก อาทิ หากปวดหัวบ่อย เครียดบ่อย อาจจินตนาการได้ว่า ความเครียดเหล่านี้คือหมอกควันดำหนาทึบที่อยู่รอบๆ ตัวเรา แต่ก็ค่อยๆ สลายตัว หายไปจนหมดในที่สุด หรือหากต้องการผ่อนคลายง่ายๆ ก็อาจนึกถึงสถานที่ที่เรารู้สึกสบายใจ เช่น ทะเลยามเช้า ยอดเขาอากาศเย็นๆ หรือพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน เหล่านี้ ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพราะ จะว่าไปแล้ว เราสามารถบำบัดตัวเองได้หากอาการนั้นๆ เป็นอาการชั่วคราวที่เรารู้ที่มาและสังเกตปัญหาได้ด้วยตัวเอง จินตนาการบำบัดสักวันละ 15 - 30 นาที ก็ทำให้เราอารมณ์ดี มีความสุขแบบเรียบง่ายกันได้ไม่ยาก




ที่มา FW Mail

วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Top 10 biggest companies in the world

Top 10 biggest companies in the world


10 บริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่สุดโลก 2010












อันดับ 1
General Electric ( GE )
United States
บริษัท เจนเนอรัล อิเลคทริค
ธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี อันดับ 1 ของโลก
สหรัฐอเมริกา





อันดับ 2
Royal Dutch Shell
United Kingdom
บริษัท รอยัล ดัช เชลล์
ธุรกิจน้ำมัน ก๊าซ พลังงาน รายใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศอังกฤษ






อันดับ 3
Toyota Motor
Japan
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์
ธุรกิจผลิตรถยนต์ ส่งออกสู่ตลาด รายใหญ่ของโลก





อันดับ 4
Exxon Mobil
United States
บริษัท เอกซอน โมบิล
ธุรกิจน้ำมัน ก๊าซ พลังงาน รายใหญ่ของโลก
สหรัฐอเมริกา



อันดับ 5
BP
United Kingdom
บริษัท บีพี
ธุรกิจ ก๊าซ และ พลังงาน รายใหญ่ของโลก
อังกฤษ






อันดับ 6
HSBC Holdings
United Kingdom
ธนาคาร เอชเอสบีซี
ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อังกฤษ





อันดับ 7
AT&T
United States
บริษัท เอที แอนด์ ที
ธุรกิจด้านการสื่อสาร และ โทรคมนาคม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สหรัีฐอเมริกา



อันดับ 8
Wal-Mart Stores
United States
บริษัท วอลล์มาร์ท
ธุรกิจ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์สโตร์ รายใหญ่ที่สุดในโลก
สหรัีฐอเมริกา



อันดับ 9
Banco Santander
Spian
ธนาคาร แบนโค แซนแเทนเดอร์
ธรกิจการเงิน แบงค์กิง รายใหญ่ ของโลก
ประเทศสเปน





อันดับ 10
Chevron
United States
บริษัท เชฟรอน
ธุรกิจน้ำมัน ก๊าซ พลังงาน รายใหญ่ของโลก
สหรัฐอเมริกา






credit : http://indianmbaresults.blogspot.com/2010/02/top-10-biggest-companies-in-world-2010

------------------------------------------------------------------





10 อันดับบริษัท ที่รวยที่สุดในโลก 2010



อันดับ 1
Coca-Cola
United States
$65,324,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา



อันดับ 2
Microsoft
United States
$58,709,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา


อันดับ 3
IBM
United States
$57,091,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา



อันดับ 4
General Electric (GE)
United States
$51,569,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา



อันดับ 5
Nokia
Finland
$33,696,000,000 ล้านเหรียญ
ฟินแลนด์




อันดับ 6
Mercedes-Benz
Germany
$32,070,000,000 ล้านเหรียญ
เยอรมันนี




อันดับ 7
Intel
United States
$30,954,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา




อันดับ 8
McDonald's
United States
$29,398,000,000ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา




อันดับ 9
Walt Disney
United States
$29,210,000,000 ล้านเหรียญ
สหรัฐอเมริกา




อันดับ 10
Toyota
Japan
$23,568,000,000 ล้านเหรียญ




credit : postjung



วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

10โรงแรมที่สวยที่สุดในโลก


อันดับ 10 The Apeiron โรงแรมเกาะกลางทะเล




โรงแรม Apeiron island จัดเป็นโรงแรมระดับ 7 ดาว
มีพื้นที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร ตั้งอยู่บนความสูง 185 เมตร
มีห้องพักระดับหรูหรา มากกว่า 350 ห้อง
ทุกอย่างที่อยู่ในโรงแรมนี้คือคำนิยามของความไฮเทคที ่มีระดับ
มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เพราะตัวโรงแรมสร้างลากูนขึ้น
กลางน้ำเป็นของตัวเอง รวมถึงหาดทรายกลางทะเล ภัตตาคารสุดหรู
โรงหนัง แหล่งชอปปิ้ง แกลลอรี่ศิลปะ สปาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำให้การ
ประชุมทางไกลกับโลกพื้นดินทำได้โดยสะดวก แม้ถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับ 10 แต่ก็ยังไม่ถูกสร้างเสียที



อันดับ 9 Foldable hotel pods โรงแรมลอยน้ำ



มื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านการออกแบบข องอังกฤษ
รายนี้ได้เผยโฉมต้นแบบโรงแรมยักษ์ใหญ่กลางทะ เลแห่งนี้ขึ้นมา
ในงาน ?
Future Holiday Forum โดยชี้ให้เห็นว่าด้วยเทคโนโลยีการเดิน
ทางสมัยใหม่บวก กับการออกแบบชั้นยอด ทำให้โรงแรมชั้นเยี่ยม

สมัยใหม่ สามารถไปตั้งอยู่กลางทะเลที่ไหนก็ได้ที่บรรดาแขก
อยาก ไป และอยู่ได้เป็นเวลานานๆ




อันดับ 8 โรงแรม Burj al-Arab เมื่อตะวันออกพบตะวันตก
ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์




โรงแรม นี้จัดว่าขึ้นชื่อระดับโลก เพราะก่อสร้างและเปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นโรงแรมระดับ 7 ดาวแห่งแรกของโลก ความสูงของโรงแรม
อยู่ที่ 321 เมตร ตัวโรงแรมนั้นถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนใบพัดเรือ
บนพื้นที่ที่เป็นเหมือนเกาะอยู่ห่างจากหาด Jumeirah ประมาณ 280
เมตร
ความ สุดยอดของโรงแรมนี้อีกอย่างหนึ่งคือการเป็นเอเทร ียมที่สูงที่
สุดในโลก คือสูงถึง 180 เมตร มีห้องพักกว่า 200 ห้องที่ไม่ซ้ำกันเลย
ด้วย ราคาระหว่าง 1,000 ไปจนถึงมากกว่า 28,000 เหรียญสหรัฐต่อคืน
ในตัวโรงแรมมีภัตตาคาร 8 แห่ง แต่ละแห่งมีทั้งบาร์และเลาจ์ ฟิตเนส
และ สิ่งอำนวยความสะดวก




อันดับ 7 Waterworld โรงแรมกลางน้ำตกยักษ์ ประเทศจีน



แค่เห็นดีไซน์ก็รู้แล้วว่านี่มันเป็นโรงแรมแห่งความฝันชัดๆ เพราะตัวโรงแรมเหมือนฝังไปกับน้ำตกแห่งหนึ่งในเมืองจีน ตัวโรงแรมนี้ออกแบบ
ให้ มีห้องพัก 400 ห้อง ที่สำคัญห้องอยู่ใต้น้ำตก ลูกเล่นที่เป็นทีเด็ดก็คือ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมบริเว ณอ่าวของ
โรงแรม ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำที่หรูสุดๆ หน้าผาระดับพระเจ้าให้ปีนไต่ และบันจี้จั๊มพ์ รวมถึงลูกเล่นอื่นๆ และโรงแรมนี้จะมีโอกาสสร้างก็ต่อ
เมื่อผ่านเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วเท่านั้น



อันดับ 6 The Poseidon รีสอร์ทใต้ทะเล



ด้วยพื้นที่ใต้น้ำลึกกว่า 1,200 ตารางฟุตแห่งนี้เป็นรีสอร์ทที่ถูกจับตา
มากที่สุดแห่ง หนึ่งในโลก เพราะเป็นรีสอร์ทใต้น้ำแห่งแรกของโลกที่จะสร้าง เสร็จ ภายในปี2009 มีห้องพักสุดหรูขนาด ใหญ่ึถึง 550 ตาราง
ฟุต และนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมเยียนรีสอร์ทแห่งนี้ สามารถใช้บริการขับเรือดำน้ำ
สามารถดำดิ่งไปดูปะการังน้ำลึก ดำน้ำแบบสกูบ้า กีฬาทางน้ำทุกชนิด
เท่าที่นึกได้ แล่นเรือใบพารา สำรวจถ้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย



อันดับ 5 The Hydropolis : โรงแรมใต้น้ำระดับ 10 ดาว



เป็นอีกโรงแรมหนึ่งที่อาศัยทะเลเป็นฉากหลังอันตระการ ตาให้กับผู้มาพัก ตัวโรงแรมคาดหมายว่าจะสร้างกันที่ดูไบ โดยเฉพาะตัวโรงแรมนั้น
ได้ ใส่ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ที่มีพื้นที่กว่า 1.1 ล้านตารางฟุตเข้าไปด้วย ในตัวโรงแรมยังมีห้องบอลรูมขนาดยักษ์ มีโรงภาพยนต์ดิจิตอลไฮเทค
สุด อลังการ และที่เจ๋งสุดๆ ก็คือมีระบบป้องกันตัวเองด้วยจรวดมิสไซล์ที่อยู่ต่ำก ว่าน้ำทะเลลงไป 60 ฟิต ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับเครื่อง
เล่นมากมายในสถานที่ที่ เป็น ธีมต่างๆ กว่า 220 แห่ง ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนี้มี 150 บริษัทที่กระโดดเข้ามาร่วมแย่งชิงกันอยู่ และกว่า
จะรู้ว่าใครจะเป็นผู้ได้ดำเนินโครงการก็ประมาณปลายปี นี้




อันดับ 4 The Lunatic Hotel : โรงแรมบนดวงจันทร์



เปลี่ยนบรรยากาศไปที่โรงแรมบนดวงจันทร์กันบ้างดีกว่า และโครงการนี้ไม่ถือว่าโคมลอยแต่อย่างใด โอกาสที่จะเป็นจริงมีมากเหลือเกินซึ่ง
ถ้า เปิดให้บริการเมื่อไหร่คงต้องเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกแน่นอน ถือว่านี่เป็นอีกความฝันของปี 2050 ที่ต้องไปให้ถึงเลยทีเดียว(อีกไม่กี่ปีเอง)



อันดับ 3 Aeroscraft : โรงแรมบินสุดหรูสำหรับวันพรุ่งนี้



สำหรับโครงการ Aeroscraft บอลลูนยักษ์ลอยฟ้าที่อัดแน่นด้วยพลังงานกว่า 400 ตัน ทำให้สามารถนำพาผู้โดยสารเหินไปกลางอากาศด้วย
ความเป็นอยู่ที่หรูหราสุดยอด ที่มีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอลสองสนามลอยอยู่บนอากาศ ด้วยก๊าซฮีเลียมจำนวน 14ล้านลูกบาศก์ฟุต ตามติด
ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดยักษ์และเชื้อเพลิงไฮโ ดรเจน มีพัดลมขนาดยักษ์ 6 ตัว สามารถนำผู้โดยสารไปได้ประมาณ 250 คน ด้วย
ความเร็ว 174 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่ความสูง 6,000 ไมล์ ในตัวโรงแรมจะมีคาสิโน ภัตตาคาร ฯลฯ



อันดับ 2 Galactic Suite โรงแรมอวกาศ



จากความพยายามของ Xavier Claramunt ที่ต้องการผจญภัยในอวกาศด้วยยานขนส่ง ซึ่งตัวยานนั้นออกแบบมาให้มีห้องพัก 22ห้อง ขนาด
7x4 เมตร พร้อมหน้าต่างที่เปิดให้เห็นวิวอวกาศ และสิ่งอำนวยความสะดวก คราวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งนาซา หรือรัสเซียในการจ่ายเงินที่แพง
มากในการขึ้นไปเที่ยวรอบโลกด้วยยานอวกาศเหมือนที่ผ่า นมา ตอนนี้เครื่องต้นแบบสร้างเสร็จแล้ว และอยู่ในระหว่างรอนักลงทุนกระเป๋าหนัก
ที่มองเห็นอนาคตกระโดดเข้ามาลงทุนเท่านั้นเอง




และ !!!!! อันดับที่หนึ่งงงงงงงงง ง ง ง ก็คือ~~~

อันดับ 1 Bigelow Aerospace, Las Vegas



เครื่องเดินอากาศ หรือ CSS Skywalker โรงแรมท่องบรรยากาศนอกโลก แต่ยังอยู่ในวงโคจรโลก เหมือนกับเป็นดาวเทียมขนาดใหญ่ดวงหนึ่ง
นั่น เอง ด้วยพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร และขนาดที่ใหญ่ถึง 1 แสนกิโลกรัม มีโครงสร้างของยานที่หนา